วันนี้ (31 มีนาคม 2569) สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ร่วมกับจังหวัดสงขลา และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) จัดการประชุมปฐมนิเทศโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ปรับปรุงช่วงที่ 1 พ.ศ. 2566–2580 ณ โรงแรมหรรษา เจบี จังหวัดสงขลา โดยมี นายชัยวัฒน์ จันทวี ผู้อำนวยการ สทนช. ภาค 4 ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน คณะกรรมการลุ่มน้ำ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน สถาบันการศึกษา และกลุ่มผู้ใช้น้ำในพื้นที่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

.

การจัดเวทีครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลโครงการ พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและสะท้อนความต้องการของพื้นที่ เพื่อนำไปกำหนดทิศทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้สอดคล้องกับบริบทของลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา โดยมีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในฐานะหน่วยงานวิชาการหลัก ทำหน้าที่สนับสนุนองค์ความรู้ งานวิจัย และการวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์ผ่านกระบวนการ SEA เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

.

สำหรับลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา มีพื้นที่ครอบคลุมประมาณ 11,992 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่หลักในจังหวัดสงขลาและพัทลุง รวมถึงบางส่วนของจังหวัดยะลา นครศรีธรรมราช ตรัง และสตูล โดยมีทรัพยากรน้ำที่สำคัญ ได้แก่ ทะเลสาบสงขลา และเครือข่ายคลองธรรมชาติที่เชื่อมโยงกัน อย่างไรก็ตาม จากการพัฒนาและการใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดปัญหาทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม การรุกล้ำของน้ำเค็ม และการตื้นเขินของแหล่งน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

.

ดังนั้น ในช่วงปี พ.ศ. 2569–2570 สทนช. จึงเร่งรัดการวางแผนบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ โดยเน้นการเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกภาคส่วน พร้อมใช้กระบวนการศึกษาเชิงยุทธศาสตร์ (SEA) เพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสม สมดุล และยั่งยืนในระยะยาว

.

ทั้งนี้ เมื่อการศึกษาจัดทำแผนแม่บทแล้วเสร็จ คาดว่าจะได้แผนแม่บทที่สอดคล้องกับแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (พ.ศ. 2566–2580) พร้อมแผนปฏิบัติการ 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2566–2570) ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2571–2575) และระยะที่ 3 (พ.ศ. 2576–2580) ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้ในการวางแผน พัฒนา บริหารจัดการ ฟื้นฟู และอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำ รองรับการพัฒนาเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

.

ในโอกาสนี้ ผู้อำนวยการ สทนช. ภาค 4 ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน พร้อมผลักดันให้เกิดการจัดลำดับความสำคัญของโครงการด้านแหล่งน้ำที่มีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เกิดผลในทางปฏิบัติ และสร้างประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในพื้นที่ต่อไป